หน้าแรกเกี่ยวกับเราข่าวสารลิงค์แสดงความจำนงบริจาคดาวน์โหลดกระดานถาม-ตอบติดต่อเรา
ยินดีต้อนรับ
สมาชิกใหม่วันที่
June18:5:2556
ส้ม17:5:2556
por5:11:2556
รุ่ง5:11:2556
ขนม5:9:2556
ฝน5:6:2556
แนน5:2:2556
ปุ้ย29:4:2556
ป๊อป25:4:2556
Kaew22:4:2556
สมาชิกเข้าระบบ
ยูสเซอร์เนม :
รหัสผ่าน :
 

ลืมรหัสผ่าน  |   สมาชิกใหม่

ศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทย
เมนูหลัก
การบริจาคดวงตา

ปฏิทินกิจกรรมพิเศษ
May 2013
S M T W T F S
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  
             
สมาชิกจดหมายข่าว
สมัคร ยกเลิก
ท่านรู้จักเว็บไซท์นี้จากสื่อใด (17974)
อินเตอร์เน็ต (3690)
20.53%
วารสาร, หนังสือ (3198)
17.79%
สื่อโทรทัศน์(2946)
16.39%
สื่อวิทยุ (2917)
16.23%
คนรู้จัก (2563)
14.26%
อื่น ๆ (2660)
14.80%
มีอีก>>
ดวงตาน่ารู้
ตากระตุก ( Benign Essential Blepharospasm )

ตากระตุก ( Benign Essential Blepharospasm )

             เชื่อว่าหลายคนคงจะเคยมีอาการตาเขม่น หรือ ตากระตุกมาบ้าง พอเกิดอาการนี้ขึ้นมาก็จะรู้สึกรำคาญและกังวลขึ้นมาว่าจะมีอันตรายหรือไม่ ดังคำพูดที่เราได้ยินกันบ่อยๆว่า “ขวาร้ายซ้ายดี” เราจะมาดูกันว่าจะดีจะร้ายอย่างไรกันแน่

             ตากระตุกเป็นภาวการณ์เกร็งตัวของกล้ามเนื้อหนังตา ( orbicularis oculi ) โดยไม่ตั้งใจ ( involuntary ) ในสหรัฐอเมริกาพบประมาณ 5 คน ใน 1 แสนคน โดยพบผู้ป่วยใหม่ประมาณ 2,000 คนทุกปี มักเป็นในช่วงอายุ 50-60 ปี พบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย 1.8 เท่า

             สาเหตุยังไม่เป็นที่ทราบแน่นอน จากการศึกษาคาดว่าน่าจะเกิดจากการประสานงานผิดปกติ ( miscommunication ) ของเซลล์สมอง ( ส่วน basal ganglion ) และอาจมีปัจจัยอื่นร่วมด้วย

             อาการเริ่มต้นอาจมีแค่เขม่นๆหรือมีการกระตุกเกร็งของกล้ามเนื้อไม่มาก ทำให้กระพริบตาถี่ขึ้นกว่าปกติ ต่อมาถ้าเป็นมากขึ้นจะมีกล้ามเนื้อหนังตาเกร็งจนต้องกระพริบตาแรงๆ บางคนถึงกับลืมตาไม่ขึ้นและมีกล้ามเนื้อใบหน้ากระตุกเกร็งร่วมด้วย อาจเป็นข้างเดียวหรือสองข้างก็ได้

             ภาวะที่จะทำให้อาการแย่ลงได้ เช่น ความเครียด อ่อนเพลีย แสงสว่างจ้าๆ ส่วนภาวะที่จะทำให้อาการดีขึ้น เช่น การนอนหลับ การใช้สมาธิมุ่งมั่นในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง การพูด การร้องเพลง ในบางคนหายเองได้ บางคนจะเป็นๆหายๆ บางคนเป็นเรื้อรัง ถ้ามีอาการมากก็รบกวนการดำเนินชีวิตประจำวันและการประกอบอาชีพได้

             การวินิจฉัยว่าเป็นโรคนี้ จะต้องได้รับการตรวจตาโดยละเอียดจากจักษุแพทย็ก่อน ว่าการเกิดตากระตุกนี้ไม่ได้เป็นผลต่อเนื่องมาจากโรคตาอื่นๆ เพราะมีโรคตาบางอย่างที่ทำให้เกิดอาการนี้ได้ เช่น เปลือกตาอักเสบ ตาแห้ง ขนตาผิดปกติ การติดเชื้อของตา กระจกตาอักเสบ ต้อหิน ต้อกระจก โรคจอประสาทตา ซึ่งถ้าตรวจพบและรักษาโรคเหล่านี้ ฏ็จะทำให้อาการตากระตุกหายไปได้

             แต่ถ้าไม่พบโรคตาอื่น ก็แสดงว่าเป็นตากระตุกชนิดที่ไม่ทราบสาเหตุ ( Benign Essential Blepharospasm ) จะให้การรักษาโดยใช้ยากิน ซึ่งมีให้เลือกใช้หลายกลุ่ม แล้วแต่แพทย์จะเลือกใช้ ถ้าใช้ยากินไม่ได้ผลก็จะพิจารณาใช้ยาฉีด ที่นิยมในปัจจุบันคือ การฉีด botulinum toxin บริเวณที่มีอาการ เพื่อลดการเกร็งของกล้ามเนื้อ ซึ่งได้ผลดีมาก ประมาณ 95% ของผู้ป่วยจะมีอาการดีขึ้น โดยจะมีอาการดีขึ้นภายใน 2-3 เดือน ก็จะต้องฉีดซ้ำ แต่บางคนอาจอยู่ได้ 6-9 เดือน ผลข้างเคียงพบได้บ้าง แต่เป็นอยู่ชั่วคราวจะหายไปเองได้ เช่น หนังตาตก ตาปิดไม่สนิท หนังตาม้วนเข้าในหรือม้วนออกนอก มองเห็นภาพซ้อน เป็นต้น

              ถ้าใช้ยาฉีดไม่ได้ผลถึงจะใช้วิธีผ่าตัด เป็นการผ่าตัดเอากล้ามเนื้อหนังตาออก ( myectomy ) ซึ่งปัจจุบันนิยมใช้มากกว่าการผ่าตัดเส้นประสาท ( neurectomy ) ที่พบภาวะแทรกซ้อนได้มากกว่า

 


 โดย : คณะอนุกรรมการวิชาการ ศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทย




 
เข้าดู(47601)


ดวงตาน่ารู้มาใหม่ล่าสุด
A00419 4:10:2556 -  โรคจอประสาทตาเสื่อม (Aged-related macular degeneration : AMD) คืออะไร (517)
A00378 13:9:2555 -  ปัญหาสายตาในเด็ก (4393)
A00377 13:9:2555 -  ดวงตาและปัญหาเกี่ยวกับสายผิดปกติ (2389)
A00376 13:9:2555 -  เกร็ดความรู้เรื่องดวงตา (1945)
A00129 8:8:2552 -  กระจกตาเทียม (8046)
A00091 8:8:2552 -  การดูแลถนอมดวงตา (30153)
A00080 8:8:2552 -  โรคตาที่พบบ่อยในเด็ก (47259)
A00079 8:8:2552 -  อันตรายจากการใช้ยาหยอดตา (34464)
A00078 8:8:2552 -  อุบัติเหตุทางตา (16926)
A00077 8:8:2552 -  อันตรายจากแสงแดด (16060)
ดูทั้งหมด>>